โดดเด่นด้วยโทนการผสมผสานของสีแดง สีขาว และสีน้ำเงิน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ประเทศสหรัฐอเมริกา
มีเทคโนโลยี CONNECTED BALL ของอาดิดาส ที่ช่วยให้การตัดสินได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น
วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ อาดิดาส แอปพลิเคชัน อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ www.adidas.co.th ช่องทาง LINE: @adidasthailand ร้านอาริ ฟุตบอล และร้านอุปกรณ์กีฬาชั้นนำที่ร่วมรายการ
อาดิดาส เปิดตัวลูกฟุตบอลสำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 2025 (FIFA Club World Cup 2025) ทั้งหมด 63 แมตช์ ซึ่งจะเริ่มต้นใช้ในการแข่งขันอย่างเป็นทางการครั้งแรกในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ นำโดยสโมสรฟุตบอลระดับโลกที่มีนักฟุตบอลชื่อดังของอาดิดาสเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ ได้แก่ เรอัล มาดริด, อินเตอร์ ไมอามี, อัล อาห์ลี เอฟซี, ซีแอตเทิล ซาวน์เดอร์ส, เบนฟิกา, บาเยิร์น มิวนิค, ฟลาเมงโก, ยูเวนตุส, โบคา จูเนียร์ส, อุลซาน เอชดี และ ริเวอร์เพลท
สำหรับการออกแบบลูกฟุตบอลลูกนี้ได้แรงบันดาลจากสีประจำชาติของประเทศเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดดเด่นด้วยลวดลายกราฟิกและตราสัญลักษณ์ที่แสดงถึงวัฒนธรรมของประเทศสหรัฐอเมริกา พื้นผิวของลูกฟุตบอลมีลักษณะแวววาวเหมือนไข่มุก มีลวดลายตามแนวขอบแบบหยักและรูปดาวที่ผสมผสานด้วยแถบเส้นสีแดง สีขาว และสีน้ำเงิน ซึ่งแสดงถึงสีสันของธงชาติสหรัฐฯ ประดับด้วยสีเงินและโลโก้ “Club World Cup” สีขาวและทองอย่างสวยงามสมบูรณ์แบบ

ลูกฟุตบอลลูกนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเสริมให้การเล่นฟุตบอลมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้นด้วยการใช้เทคโนโลยี PRECISIONSHELL ซึ่งเป็นการออกแบบชิ้นส่วนทั้งหมด 20 ชิ้น ถูกจัดเรียงตำแหน่งบนผิวชั้นนอกอย่างมีแบบแผน และยังมีการปรับรูปทรงของลูกฟุตบอลที่ผ่านการศึกษาและทดสอบอย่างละเอียดทั้งในห้องทดลองและสนามแข่งขันจริง เพื่อประเมินการเคลื่อนที่ของกระแสลมรอบๆ ลูกฟุตบอลให้เกิดความแม่นยำสูงสุด
นอกเหนือจากนี้ ลูกฟุตบอลลูกนี้ยังมีเทคโนโลยี CTR-CORE ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการใช้งานในด้านความแม่นยำและการเคลื่อนที่ในอากาศอย่างมีเสถียรภาพ โดยสามารถกักเก็บอากาศและรักษารูปทรงเดิมของลูกบอล เพื่อรองรับสไตล์การแข่งขันที่รวดเร็วและความแม่นยำสูงอีกด้วย

อีกทั้งยังมี เทคโนโลยี CONNECTED BALL ของอาดิดาส ที่ประกอบด้วยระบบตรวจจับแรงสั่นสะเทือนที่อยู่ตรงกลางของลูกฟุตบอล ซึ่งมีเซ็นเซอร์สำหรับวัดการเคลื่อนไหวแบบ 500Hz inertial measurement unit (IMU) ที่ทำหน้าที่ติดตามการเคลื่อนไหวของลูกฟุตบอลในทุกมิติได้อย่างแม่นยำ เซ็นเซอร์นี้ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ที่ชาร์จได้ผ่านระบบเหนี่ยวนำ
เทคโนโลยีนี้จะส่งข้อมูลการเคลื่อนไหวของลูกฟุตบอลไปยังผู้ตัดสินในห้องวีดีโอ (VAR) แบบเรียลไทม์ ซึ่งเมื่อรวมกับข้อมูลตำแหน่งของผู้เล่นและการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะช่วยให้ผู้ตัดสินสามารถตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้นในระหว่างการแข่งขัน เทคโนโลยีนี้ร่วมพัฒนาโดย Kinexon ช่วยให้ผู้ตัดสินสามารถระบุการสัมผัสลูกฟุตบอลในแต่ละครั้ง ช่วยลดเวลาการตัดสินในกรณีที่เกิดการแฮนด์บอลและการเตะจุดโทษได้เช่นกัน
แซม แฮนดี ผู้จัดการทั่วไปของอาดิดาส ฟุตบอล กล่าวว่า “เราต้องการสร้างสรรค์ลูกฟุตบอลที่เป็นเชิดชูวัฒนธรรมกีฬาและแฟนกีฬาของสหรัฐอเมริกา ด้วยความตั้งใจอันแรงกล้าที่จะสร้างสิ่งที่โดดเด่น มีพลัง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นตัวแทนของชาวอเมริกันอย่างแท้จริง ลูกฟุตบอลลูกนี้ถือเป็นการเฉลิมฉลองของประเทศเจ้าภาพ พวกเรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นลูกฟุตบอลลูกนี้ถูกใช้งานในสนามแข่งขันระดับโลกในช่วงซัมเมอร์ที่จะถึงนี้”
สำหรับลูกฟุตบอลที่จะมีการนำมาใช้ในการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ยังมีความพิเศษอีกหนึ่งอย่างก็คือ การแสดงความมุ่งมั่นของอาดิดาสในการบริจาคยอดขาย 1% ให้กับ Common Goal เพื่อสนับสนุนโครงการที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ยั่งยืนให้กับชุมชนที่ด้อยโอกาสโดยการใช้กีฬาฟุตบอล รวมถึงมีส่วนช่วยสร้างอนาคตที่ดีและก่อให้เกิดความหลากหลายบนโลกใบนี้อีกด้วย

ลูกฟุตบอลสำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 2025 (แบบไม่มีเทคโนโลยี CONNECTED BALL) พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ในราคา 5,000 บาท ที่ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ อาดิดาส แอปพลิเคชัน อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ www.adidas.co.th ช่องทาง LINE: @adidasthailand ร้านอาริ ฟุตบอล และร้านอุปกรณ์กีฬาชั้นนำที่ร่วมรายการ
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุค www.facebook.com/adidasTH อินสตาแกรม @adidasthailand และ @adidasfootball ติ๊กต็อก @adidas_th หรือที่แฮชแท็ก #adidas และ #adidasfootball

“SUBCON Thailand 2026 เดินหน้าสร้างโอกาสผู้ประกอบการไทย เชื่อมสู่ Supply Chain โลก รับเม็ดเงินลงทุนทะลุ 1.87 ล้านล้านบาท”
ไทยร่วมกว่า 20 ประเทศทั่วโลก เรียกร้องธนาคารโลกยุติการสนับสนุนฟาร์มปศุสัตว์ เชิงอุตสาหกรรม ก่อนประชุมใหญ่ที่กรุงเทพฯ ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ชี้ทิศทางการลงทุนต้องสอดคล้องเป้าหมายความยั่งยืน สุขภาพ และระบบอาหารในอนาคต
เบเยอร์ฝ่าวิกฤตราคาน้ำมัน ชู “Griptech 2in1” สีทาเหล็กสูตรน้ำ ลดต้นทุนพลังงาน–ลด PM2.5 ปูทางอุตสาหกรรมสีสู่ยุคยั่งยืน
Dongfeng Liuzhou Motor เปิดตัวรถรุ่น FRIDAY และ V9 ในงาน Bangkok Motor Show เดินหน้ากลยุทธ์พลังงานใหม่ รุกตลาดไทย พร้อมยกระดับประสบการณ์การเดินทางของครอบครัวในอาเซียน
Skyller Solutions จับมือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด ร่วมเดินหน้าโครงการนำร่องโดรนขนส่งเวชภัณฑ์ ข้ามเกาะ ปลดล็อกข้อจำกัดทางการแพทย์ในพื้นที่ห่างไกล
แปซิฟิค เฮลธ์แคร์ ชูความเชี่ยวชาญ 65 ปี รุกตลาดทางเดินอาหาร ส่งนวัตกรรมควบคุมกรดกลุ่มใหม่ มุ่งคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้ป่วยกรดไหลย้อนชาวไทย