เป็นวาระสำคัญของปีที่ต้องปักหมุดไว้บนหน้าปฏิทิน เฝ้ารอด้วยใจจดจ่อว่าหนังสือเล่มใดจะคว้าชัย กับงานประกาศผลรางวัล “ชมนาด” (Chommanard Book Prize) รางวัลหนังสืออันทรงเกียรติสำหรับนักเขียนสตรี ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และบริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด ร่วมกันดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 สนับสนุนนักเขียนสตรีให้ก้าวสู่การเป็นนักเขียนระดับสากล รวมทั้งช่วยทำการตลาดด้านลิขสิทธิ์ไปสู่ภาษานานาอารยประเทศทั่วโลก ส่งต่อคุณค่าความงามของวรรณกรรมไปสู่บทละครภาพยนตร์ โดยปีนี้ คุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) มาเป็นประธานมอบรางวัล ท่ามกลางบรรยากาศคับคั่งไปด้วยแขกผู้มีเกียรติ อาทิ คุณอาทร เตชะธาดา , คุณพิสุทธิ เลิศวิไล , คุณศุภลักษณ์ อัมพุช, คุณอรุโณชา ภาณุพันธุ์ , คุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ , คุณอุษณีย์ วิรัตกพันธ์, คุณนรีภพ จิระโพธิรัตน์, รศ.ดร. ตรีศิลป์ บุญขจร, คุณกนกพันธ์ สุนทรกมลวัฒน์, คุณชมัยภร แสงกระจ่าง, คุณณรงค์ฤทธิ์ ยงจินดารัตน์ , ผศ.ดร ณัฏฐ์ธีรตา วิทิตวิญญูชน , ดร.จิรัฏฐ์ เฉลิมแสนยากร, คุณกนกวลี พจนปกรณ์ ,คุณกนกอร นนทสวัสดิ์ศรี ฯลฯ ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก Ms.GeumJoo Lin จาก Board member of PublisHER ในฐานะเครือข่ายสตรีระดับโลกที่ก่อตั้งโดยผู้หญิง เพื่อสร้างความเท่าเทียมและสนับสนุนผู้นำหญิง มาสุนทรกถา “แรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงก้าวเดินสู่เวทีสากล” ผลักดันพลังของผู้หญิง ให้ไปไกลยิ่งกว่าเดิม ณ ห้องประชุมชั้น 29 ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ สีลม เมื่อวันพุธที่ 11 กันยายน 2567

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เผยว่า ธนาคารกรุงเทพ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การประกาศผลการตัดสิน “รางวัล ชมนาด” ปีนี้เป็นการจัดขึ้นเป็นปีที่ 13 แล้ว รางวัลชมนาด (Chommanard Book Prize) คือรางวัลแห่งความสำเร็จของสตรีที่มีใจรักในงานประพันธ์ งานวรรณกรรม เป็นงานที่สร้างสรรค์ของบุคคล ที่เป็นเสมือนกระจกเงาสะท้อนสภาพชีวิต สังคมและคตินิยมของคนทุกยุคทุกสมัย วรรณกรรมจึงเป็นสื่อกลางที่สามารถทำให้เข้าใจคนในสังคมอื่นได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากรางวัล เวทีการประกวดวรรณกรรมนี้ ยังได้สร้าง “นักเขียน” คุณภาพ ที่สามารถต่อยอดไปสู่ งานละคร งานภาพยนตร์ สร้างสรรค์ “อาชีพ” ที่ยืนหยัดในก้าวต่อๆ ไป

ดร.กอบศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า “ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด มุ่งมั่น ส่งเสริม สนับสนุน ให้โอกาสสตรีในสังคม ได้มีความภาคภูมิใจในผลงาน และพร้อมที่จะเป็นนักเขียนระดับนานาชาติ หรือระดับสากล และขอบคุณทุกท่านที่ได้ให้เกียรติมาร่วมเป็นสักขีพยาน ในการประกาศผลรางวัลในครั้งนี้ และขอยินดีล่วงหน้ากับผู้ที่ได้รับรางวัล ขอเป็นกำลังใจให้คณะกรรมการทุกท่าน ทีมงานทุกคน ให้ได้ดำเนินการสร้างสรรค์งานคุณภาพที่ดีเช่นนี้ต่อไปครับ”

คุณนรีภพ จิระโพธิรัตน์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย กล่าวรายงานภาพรวมของชมนาดในปีนี้โดยถูกเรียกว่าเป็นปีของ “คนรุ่นใหม่” นวนิยายมีเนื้อหาแหวกขนบ พร้อมทั้งมีความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่เหมือนกับปีก่อน ๆ ในขณะเดียวกันก็ยังสะท้อนสังคมปัจจุบันที่มีความขัดแย้งทั้งในเรื่องการเมืองและเศรษฐกิจ เหล่านี้ทำให้คณะกรรมการทั้ง 5 ท่าน ได้เห็นถึงพลังของผู้หญิงในงานเขียน ซึ่งผสมผสานทั้งความละเอียดอ่อนและความทรงพลังในเวลาเดียวกัน โดยปีนี้มีนักเขียนส่งผลงานเข้าประกวด 28 เรื่อง สำหรับ ปี 2567 และผ่านเข้ารอบสุดท้าย 8 เรื่อง ได้แก่ เตี่ยของเมฆ โดย คุณขนิษฐา วชิราพรพฤฒ , ใกล้หมึกเปื้อนโลหิต โดย คุณฐาปนีย์ วงศาโรจน์ , มงกุฎหนามกุหลาบ โดย คุณจันทรรัตน์ สวัสดิ์จิตร, แดงฉาน โดย คุณเพ็ญพิชชา ประหยัดทรัพย์, ต้นไม้ของแวมไพร์ โดย คุณปริมพัชร์ ไวทยวงศ์สกุล , Heaven ฝากไว้ที่ปลายฟ้า โดย คุณเพทาย จิรคงพิพัฒน์ , ลำนำจ้าวสังเวียน โดย คุณวิชุดา ราชพิทักษ์ และ Suicide อัตวินิบาตกรรมก่อนใบไม้ร่วง โดย คุณเสาวรี เอียมละออ

ผลงานชนะเลิศ ได้แก่ นวนิยายเรื่อง “ต้นไม้ของแวมไพร์” โดย คุณปริมพัชร์ ไวทยวงศ์สกุล ได้รางวัลและเงินสด 100,000 บาท พร้อมค่าลิขสิทธิ์ในการจัดพิมพ์ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ต้นไม้ของแวมไพร์ ของปริมพัชร์ เป็นนวนิยายแนวแฟนตาซี นำเสนอเรื่องราวของแวมไพร์สาวนิรนาม ผู้มีชีวิตอันเป็นนิรันดร์ เชื่อมโยงเนื้อเรื่องกับแนวคิดเชิงพุทธปรัชญาที่ลุ่มลึกได้อย่างแยบยล แวมไพร์สาวเธอแตกต่างจากแวมไพร์ทั่วไปที่ไม่ได้ดูดเลือดเป็นอาหาร สหายคู่ใจของเธอคือภูตต้นไม้สาวที่บอกว่าเธอมีชีวิตเป็นนิรันดร์เช่นกัน เธอเดินทางดั้นด้นไปในโลกกว้างเพียงลำพังเพื่อแสวงหาความหมายของชีวิตและบรรเทาความเบื่อหน่าย การผจญภัยหลากหลาย รูปแบบทำให้ผ่านประสบการณ์ที่มีทั้งความรักและการพลัดพราก ความหลง กามราคะ ความเคียดแค้น การต่อสู้และการสูญเสีย การเกิดและ การดับ ในที่สุดเธอจึงได้ตระหนักรู้ว่าแม้จะเดินทางไปนับพันปีจนสุดขอบโลก หากยังได้เดินทางเข้าไปในตัวตนภายในและยังคงการยึดมั่นในรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสซึ่งล้วนเป็นสิ่งปรุงแต่ง ความเป็นอมตะก็ไร้ความหมาย

ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับเงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท พร้อมค่าลิขสิทธิ์หนังสือจัดพิมพ์ภาษาไทย ได้แก่ นวนิยายเรื่อง “ลำนำจ้าวสังเวียน” เขียนโดยสาวใต้ตาคมเขียนนิยายและเรื่องสั้นเพื่อหล่อเลี้ยงหัวใจตัวเอง คุณวิชุดา ราชพิทักษ์ เมื่อนกเขาชวา วัวชน และต้นไม้ สามารถสื่อสารกันได้ เรื่องราวต่างๆ จึงบังเกิดขึ้นเพื่อสะท้อนให้เห็นในหลายแง่มุม ความคิดของคนทั้งในด้านมืดและสว่างในใจ ลำนำจ้าวสังเวียน จึงเป็นงานที่อ่านสนุกให้ความรู้ในประเพณีวัฒนธรรม วิถีภูมิปัญญาท้องถิ่น ภาษาท้องถิ่นของทางภาคใต้ ในขณะเดียวกันก็สะท้อนความท้าทายและกิเลสที่ต้องต่อสู้และเอาชนะของมนุษย์ที่มุ่งแต่จะแข่งขันไม่ยอมแพ้ แต่ท้ายสุดมนุษย์ก็ยังมีความดีซ่อนอยู่ เป็นนัยยะแฝงที่สะท้อนให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันในสังคม ต่างต้องการความ เข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ ความรักและความเมตตา

สำหรับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ตกเป็นของ นวนิยายเรื่อง “มงกุฎหนามกุหลาบ” เขียนโดย คุณจันทรรัตน์ สวัสดิ์จิตร ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท พร้อมค่าลิขสิทธิ์หนังสือจัดพิมพ์ภาษาไทย เนื้อเรื่องกล่าวถึงเส้นทางสายอาชีพ ไม่ว่า ‘งาน’ ชนิดนั้นจะมีรูปลักษณ์แบบไหน เรามักคาดหวังถึงผลสำเร็จสูงสุดเสมอ ความสำเร็จที่เปรียบเสมือน ‘มงกุฎ’ ความปรารถนานี้ คงไม่ต่างจากความรู้สึกของมุกแสง…บัณฑิตจบใหม่เริ่มต้นชีวิตการทำงานครั้งแรก จากการเป็นดีเทลขายยา ด้วยหน้าที่ทำให้เธอได้พบรักกับคุณหมอปถวี จวบจนคุณหมอปถวีได้รับทุนไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ทำให้ความสัมพันธ์เริ่มถอยห่าง สุดท้ายจึงเหลือไว้แค่ความทรงจำสีจาง แต่ความรู้สึกครั้งนั้นได้สร้างรอยแผลขึ้นในใจของมุกแสงตลอดมา เธอจึงหันเหความรัก ความสนใจทั้งหมดไปที่เรื่องงานเพียงอย่างเดียว เวลาผ่านไปทั้งคู่ได้กลับมาพบกันและพัฒนาความสัมพันธ์อีกครั้ง แต่แล้วโอกาสบนเส้นทางการทำงานของมุกแสง ทำให้เธอต้องตัดสินใจเลือก ระหว่างความรัก หรือไขว่คว้าหามงกุฎแห่งเกียรติยศนั้นมาสวมใส่
ปิดท้ายกับกติกาการเปิดรับโครงการประกวดงานวรรณกรรมยอดเยี่ยมประเภทนวนิยายของนักเขียนหญิง รางวัลชมนาด ครั้งที่ 14 สามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ตั้งแต่ กันยายน 2567 – 30 เมษายน 2568 โดยผลงานต้องมีความยาวไม่ต่ำกว่า 120 – 200 หน้ากระดาษ A4 ขนาดอักษร 16 Point โดยต้องพิมพ์และส่งต้นฉบับพร้อมสำเนา รวม 2 ชุด พร้อมบันทึกไฟล์ต้นฉบับในแฟลชไดร์ฟ หรือส่งช่องทางอีเมล editor@praphansarn.com สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.praphansarn.com/
เป็นวาระสำคัญของปีที่ต้องปักหมุดไว้บนหน้าปฏิทิน เฝ้ารอด้วยใจจดจ่อว่าหนังสือเล่มใดจะคว้าชัย กับงานประกาศผลรางวัล “ชมนาด” (Chommanard Book Prize) รางวัลหนังสืออันทรงเกียรติสำหรับนักเขียนสตรี ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และบริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด ร่วมกันดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 สนับสนุนนักเขียนสตรีให้ก้าวสู่การเป็นนักเขียนระดับสากล รวมทั้งช่วยทำการตลาดด้านลิขสิทธิ์ไปสู่ภาษานานาอารยประเทศทั่วโลก ส่งต่อคุณค่าความงามของวรรณกรรมไปสู่บทละครภาพยนตร์ โดยปีนี้ คุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) มาเป็นประธานมอบรางวัล ท่ามกลางบรรยากาศคับคั่งไปด้วยแขกผู้มีเกียรติ อาทิ คุณอาทร เตชะธาดา , คุณพิสุทธิ เลิศวิไล , คุณศุภลักษณ์ อัมพุช, คุณอรุโณชา ภาณุพันธุ์ , คุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ , คุณอุษณีย์ วิรัตกพันธ์, คุณนรีภพ จิระโพธิรัตน์, รศ.ดร. ตรีศิลป์ บุญขจร, คุณกนกพันธ์ สุนทรกมลวัฒน์, คุณชมัยภร แสงกระจ่าง, คุณณรงค์ฤทธิ์ ยงจินดารัตน์ , ผศ.ดร ณัฏฐ์ธีรตา วิทิตวิญญูชน , ดร.จิรัฏฐ์ เฉลิมแสนยากร, คุณกนกวลี พจนปกรณ์ ,คุณกนกอร นนทสวัสดิ์ศรี ฯลฯ ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก Ms.GeumJoo Lin จาก Board member of PublisHER ในฐานะเครือข่ายสตรีระดับโลกที่ก่อตั้งโดยผู้หญิง เพื่อสร้างความเท่าเทียมและสนับสนุนผู้นำหญิง มาสุนทรกถา “แรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงก้าวเดินสู่เวทีสากล” ผลักดันพลังของผู้หญิง ให้ไปไกลยิ่งกว่าเดิม ณ ห้องประชุมชั้น 29 ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ สีลม เมื่อวันพุธที่ 11 กันยายน 2567

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เผยว่า ธนาคารกรุงเทพ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การประกาศผลการตัดสิน “รางวัล ชมนาด” ปีนี้เป็นการจัดขึ้นเป็นปีที่ 13 แล้ว รางวัลชมนาด (Chommanard Book Prize) คือรางวัลแห่งความสำเร็จของสตรีที่มีใจรักในงานประพันธ์ งานวรรณกรรม เป็นงานที่สร้างสรรค์ของบุคคล ที่เป็นเสมือนกระจกเงาสะท้อนสภาพชีวิต สังคมและคตินิยมของคนทุกยุคทุกสมัย วรรณกรรมจึงเป็นสื่อกลางที่สามารถทำให้เข้าใจคนในสังคมอื่นได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากรางวัล เวทีการประกวดวรรณกรรมนี้ ยังได้สร้าง “นักเขียน” คุณภาพ ที่สามารถต่อยอดไปสู่ งานละคร งานภาพยนตร์ สร้างสรรค์ “อาชีพ” ที่ยืนหยัดในก้าวต่อๆ ไป
ดร.กอบศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า “ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด มุ่งมั่น ส่งเสริม สนับสนุน ให้โอกาสสตรีในสังคม ได้มีความภาคภูมิใจในผลงาน และพร้อมที่จะเป็นนักเขียนระดับนานาชาติ หรือระดับสากล และขอบคุณทุกท่านที่ได้ให้เกียรติมาร่วมเป็นสักขีพยาน ในการประกาศผลรางวัลในครั้งนี้ และขอยินดีล่วงหน้ากับผู้ที่ได้รับรางวัล ขอเป็นกำลังใจให้คณะกรรมการทุกท่าน ทีมงานทุกคน ให้ได้ดำเนินการสร้างสรรค์งานคุณภาพที่ดีเช่นนี้ต่อไปครับ”

คุณนรีภพ จิระโพธิรัตน์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย กล่าวรายงานภาพรวมของชมนาดในปีนี้โดยถูกเรียกว่าเป็นปีของ “คนรุ่นใหม่” นวนิยายมีเนื้อหาแหวกขนบ พร้อมทั้งมีความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่เหมือนกับปีก่อน ๆ ในขณะเดียวกันก็ยังสะท้อนสังคมปัจจุบันที่มีความขัดแย้งทั้งในเรื่องการเมืองและเศรษฐกิจ เหล่านี้ทำให้คณะกรรมการทั้ง 5 ท่าน ได้เห็นถึงพลังของผู้หญิงในงานเขียน ซึ่งผสมผสานทั้งความละเอียดอ่อนและความทรงพลังในเวลาเดียวกัน
โดยปีนี้มีนักเขียนส่งผลงานเข้าประกวด 28 เรื่อง สำหรับ ปี 2567 และผ่านเข้ารอบสุดท้าย 8 เรื่อง ได้แก่ เตี่ยของเมฆ โดย คุณขนิษฐา วชิราพรพฤฒ , ใกล้หมึกเปื้อนโลหิต โดย คุณฐาปนีย์ วงศาโรจน์ , มงกุฎหนามกุหลาบ โดย คุณจันทรรัตน์ สวัสดิ์จิตร, แดงฉาน โดย คุณเพ็ญพิชชา ประหยัดทรัพย์, ต้นไม้ของแวมไพร์ โดย คุณปริมพัชร์ ไวทยวงศ์สกุล , Heaven ฝากไว้ที่ปลายฟ้า โดย คุณเพทาย จิรคงพิพัฒน์ , ลำนำจ้าวสังเวียน โดย คุณวิชุดา ราชพิทักษ์ และ Suicide อัตวินิบาตกรรมก่อนใบไม้ร่วง โดย คุณเสาวรี เอียมละออ

ผลงานชนะเลิศ ได้แก่ นวนิยายเรื่อง “ต้นไม้ของแวมไพร์” โดย คุณปริมพัชร์ ไวทยวงศ์สกุล ได้รางวัลและเงินสด 100,000 บาท พร้อมค่าลิขสิทธิ์ในการจัดพิมพ์ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ต้นไม้ของแวมไพร์ ของปริมพัชร์ เป็นนวนิยายแนวแฟนตาซี นำเสนอเรื่องราวของแวมไพร์สาวนิรนาม ผู้มีชีวิตอันเป็นนิรันดร์ เชื่อมโยงเนื้อเรื่องกับแนวคิดเชิงพุทธปรัชญาที่ลุ่มลึกได้อย่างแยบยล แวมไพร์สาวเธอแตกต่างจากแวมไพร์ทั่วไปที่ไม่ได้ดูดเลือดเป็นอาหาร สหายคู่ใจของเธอคือภูตต้นไม้สาวที่บอกว่าเธอมีชีวิตเป็นนิรันดร์เช่นกัน เธอเดินทางดั้นด้นไปในโลกกว้างเพียงลำพังเพื่อแสวงหาความหมายของชีวิตและบรรเทาความเบื่อหน่าย การผจญภัยหลากหลาย รูปแบบทำให้ผ่านประสบการณ์ที่มีทั้งความรักและการพลัดพราก ความหลง กามราคะ ความเคียดแค้น การต่อสู้และการสูญเสีย การเกิดและ การดับ ในที่สุดเธอจึงได้ตระหนักรู้ว่าแม้จะเดินทางไปนับพันปีจนสุดขอบโลก หากยังได้เดินทางเข้าไปในตัวตนภายในและยังคงการยึดมั่นในรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสซึ่งล้วนเป็นสิ่งปรุงแต่ง ความเป็นอมตะก็ไร้ความหมาย

ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับเงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท พร้อมค่าลิขสิทธิ์หนังสือจัดพิมพ์ภาษาไทย ได้แก่ นวนิยายเรื่อง “ลำนำจ้าวสังเวียน” เขียนโดยสาวใต้ตาคมเขียนนิยายและเรื่องสั้นเพื่อหล่อเลี้ยงหัวใจตัวเอง คุณวิชุดา ราชพิทักษ์ เมื่อนกเขาชวา วัวชน และต้นไม้ สามารถสื่อสารกันได้ เรื่องราวต่างๆ จึงบังเกิดขึ้นเพื่อสะท้อนให้เห็นในหลายแง่มุม ความคิดของคนทั้งในด้านมืดและสว่างในใจ ลำนำจ้าวสังเวียน จึงเป็นงานที่อ่านสนุกให้ความรู้ในประเพณีวัฒนธรรม วิถีภูมิปัญญาท้องถิ่น ภาษาท้องถิ่นของทางภาคใต้ ในขณะเดียวกันก็สะท้อนความท้าทายและกิเลสที่ต้องต่อสู้และเอาชนะของมนุษย์ที่มุ่งแต่จะแข่งขันไม่ยอมแพ้ แต่ท้ายสุดมนุษย์ก็ยังมีความดีซ่อนอยู่ เป็นนัยยะแฝงที่สะท้อนให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันในสังคม ต่างต้องการความ เข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ ความรักและความเมตตา

สำหรับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ตกเป็นของ นวนิยายเรื่อง “มงกุฎหนามกุหลาบ” เขียนโดย คุณจันทรรัตน์ สวัสดิ์จิตร ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท พร้อมค่าลิขสิทธิ์หนังสือจัดพิมพ์ภาษาไทย เนื้อเรื่องกล่าวถึงเส้นทางสายอาชีพ ไม่ว่า ‘งาน’ ชนิดนั้นจะมีรูปลักษณ์แบบไหน เรามักคาดหวังถึงผลสำเร็จสูงสุดเสมอ ความสำเร็จที่เปรียบเสมือน ‘มงกุฎ’ ความปรารถนานี้ คงไม่ต่างจากความรู้สึกของมุกแสง…บัณฑิตจบใหม่เริ่มต้นชีวิตการทำงานครั้งแรก จากการเป็นดีเทลขายยา ด้วยหน้าที่ทำให้เธอได้พบรักกับคุณหมอปถวี จวบจนคุณหมอปถวีได้รับทุนไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ทำให้ความสัมพันธ์เริ่มถอยห่าง สุดท้ายจึงเหลือไว้แค่ความทรงจำสีจาง แต่ความรู้สึกครั้งนั้นได้สร้างรอยแผลขึ้นในใจของมุกแสงตลอดมา เธอจึงหันเหความรัก ความสนใจทั้งหมดไปที่เรื่องงานเพียงอย่างเดียว เวลาผ่านไปทั้งคู่ได้กลับมาพบกันและพัฒนาความสัมพันธ์อีกครั้ง แต่แล้วโอกาสบนเส้นทางการทำงานของมุกแสง ทำให้เธอต้องตัดสินใจเลือก ระหว่างความรัก หรือไขว่คว้าหามงกุฎแห่งเกียรติยศนั้นมาสวมใส่
ปิดท้ายกับกติกาการเปิดรับโครงการประกวดงานวรรณกรรมยอดเยี่ยมประเภทนวนิยายของนักเขียนหญิง รางวัลชมนาด ครั้งที่ 14 สามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ตั้งแต่ กันยายน 2567 – 30 เมษายน 2568 โดยผลงานต้องมีความยาวไม่ต่ำกว่า 120 – 200 หน้ากระดาษ A4 ขนาดอักษร 16 Point โดยต้องพิมพ์และส่งต้นฉบับพร้อมสำเนา รวม 2 ชุด พร้อมบันทึกไฟล์ต้นฉบับในแฟลชไดร์ฟ หรือส่งช่องทางอีเมล editor@praphansarn.com สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.praphansarn.com/

“นิโคตินซอง” ทางเลือกของคนสูบบุหรี่ ใช้ได้ทันที ไม่รบกวนคนรอบข้าง
ททท. เดินหน้า “Festival Database Platform” ยกระดับข้อมูลเทศกาลไทย พร้อม “สุขใจ Chatbot” ผู้ช่วยแนะนำการท่องเที่ยวอัจฉริยะ เสริมประสบการณ์ใหม่บนเว็บไซต์ Thailand Festival
VD Academy ส่งนักเรียนโชว์พลังเสียงบนเวทีการกุศล “Melodies of Gratitude 2026 Season 2” ถ่ายทอดพลังดนตรีแห่งการให้กลางสยามพารากอน
ททท. เสิร์ฟสงกรานต์สายอาร์ต “Saneh Art by Songkran Festival 2026” ชวนอาร์ตชื่อดังสร้างสรรค์ประติมากรรม 3 มิติ ปักหมุดแลนด์มาร์ค ใจกลางกรุง 11-30 เม.ย.นี้
ARV นำทัพกลุ่ม ROVULA และ SKYLLER SOLUTIONS ชูธงนวัตกรรมไทยบุกเวทีระดับโลก OTC Asia 2026 โชว์ศักยภาพเทคโนโลยีในกลุ่มงานสำรวจทั้งใต้น้ำเพิ่มประสิทธิภาพ Inspection
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมจัดงาน “Saneh Art by Songkran Festival 2026” ระหว่างวันที่ 11–30 เมษายน 2569 ณ สวนลุมพินี (ลานบันเทิง) มุ่งยกระดับการท่องเที่ยวเชิงศิลปะและวัฒนธรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์
อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก ENTEC ลงนาม MOU จัดงาน Southeast Asia Sustainable Fuels Summit ขึ้นแท่นเวทีองค์ความรู้ ขับเคลื่อนเชื้อเพลิงยั่งยืนของอาเซียน
ภาคอุตสาหกรรมไทยเร่งปรับตัวรับ Supply Chain Shift ชูเทคโนโลยี-วัสดุ-นวัตกรรม ขับเคลื่อน “Cost-Effective Platform” ใน INTERMACH & Plastics & Rubber Thailand 2026